วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

แหวนแต่งงานสไตล์ฝังจม เรียบหรู สุดโมเดิร์น


แหวนแต่งงาน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก hkjewellery.co.ukweddingwire.com

          สำหรับคู่บ่าวสาวที่อยากได้แหวนแต่งงานสไตล์เรียบ ๆ แต่แฝงลูกเล่นเก๋ ๆ น่ามองเอาไว้ กระปุกเวดดิ้งขอแนะนำ "แหวนแต่งงานแบบฝังจม" (Flush Setting) เพราะมีดีไซน์เรียบหรู และดีเทลต่าง ๆ ก็ไม่อลังการงานสร้างมากนัก 

          ซึ่ง แหวนแต่งงานแบบฝังจม คือ การฝังเพชร พลอย หรืออื่น ๆ ลงไปในช่องที่พอดีกับตัวเรือน เป็นการฝังที่เหมาะกับแหวนสไตล์โมเดิร์น ซึ่งจะช่วยป้องกันการกระทบกระทั่งได้ดี และการอัดเพชรลงไปในช่องอาจทำให้เม็ดเพชรแตกหรือมีรอยร้าว จึงต้องใช้ความประณีตในการทำมากเป็นพิเศษอะ ๆ ขอบอกนิดนึงว่าเวลาที่คุณไปเลือกแหวนแต่งงานสไตล์นี้ควรดูรายละเอียดให้ดี เพราะหากช่องที่ฝังไม่พอดีกับเพชรอย่างแท้จริง เวลาโดนกระแทกแรง ๆ ก็อาจทำให้เพชรหลุดออกมาได้
          และสำหรับคู่บ่าวสาวที่ชื่นชอบ "แหวนแต่งงานแบบฝังจม" เรียบ ๆ แต่แลดูหรูหราและคลาสสิค แถมยังมีดีไซน์เก๋ ๆ วันนี้กระปุกเวดดิ้งก็ได้หยิบเอาแหวนแต่งงานสไตล์นี้มาให้ชมกันด้วยค่ะ

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงาน

ได้เวลา... จัดการปัญหารูขุมขนกว้าง


ผิวสวย



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

          ใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้างคงจะปวดใจกับสภาพผิวหน้าของตัวเองไม่เบา โดยสภาพผิวหน้าเช่นนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากกรรมพันธุ์ หรือการมีสภาพผิวมัน แต่การดูแลอย่างถูกวิธีก็จะช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างของคุณได้เช่นกันค่ะ ส่วนจะต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูวิธีกันเลย 

      1. ดูแลสม่ำเสมอ 

          หัวใจของการดูแลผิวหน้าสำหรับผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง อยู่ที่การรักษาความสะอาด และการบำรุงรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ (แม้แต่สภาพผิวมัน ก็ยังต้องการความชุ่มชื้นนะจ๊ะ) โดยคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิกและกรดซาลิไซลิก ซึ่งจะช่วยผลัดผิวอย่างอ่อนโยน ลดปัญหาการอุดตันของสิ่งสกปรกในรูขุมขน ซึ่งทำให้รูขุมขนที่กว้างดูกว้างและหยาบมากขึ้น นอกจากนี้หลังการล้างหน้าแล้วก็ควรใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหน้าซ้ำอีกครั้ง เพื่อเป็นการเช็ดเอาสิ่งสกปรกที่อาจหลงเหลือหลังการล้างหน้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อาจตกค้างอยู่บนผิวออกไป และยังเป็นเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงความชุ่มชื้นในลำดับต่อไป นอกจากนี้หากเป็นไปได้ การอบไอน้ำผิวหน้าก่อนการล้างทำความสะอาดเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ทำความสะอาดรูขุมขนได้หมดจดขึ้นด้วยค่ะ 

      2. ไม่บีบแคะหรือสัมผัสผิวหน้าบ่อย ๆ 

          บางคนอดใจไม่ได้ที่จะบีบเค้นรูขุมขนเพื่อให้สิ่งสกปรกถูกดันออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่งเชียวค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ได้ทำให้ขนาดของรูขุมขนดูเล็กลงแล้ว ยังทำให้ผิวช้ำ และเป็นรอยแดงน่าเกลียดด้วย 

      3. กระชับรูขุมขน 

          ในขั้นตอนการบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หากสามารถเลือกใช้ครีมที่มีคุณสมบัติกระชับรูขุมขนควบคู่กันไปด้วยก็จะเป็นการดีมาก มันจะช่วยลดการผลิตน้ำมัน กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าดูเนียนละเอียดขึ้น 

      4. เลือกเครื่องสำอางให้ถูกกับผิว 

          สาวที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ควรเลือกใช้เครื่องสำอางสูตร oil free หรือ oil control ซึ่งจะบางเบาไม่หนักผิวหน้า และไม่ซึมหายลงไปอยู่ในรูขุมขน นอกจากนี้การใช้เมคอัพเบสก็จะเป็นการสร้างเกราะบาง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องสำอางที่จะแต่งในขั้นตอนต่อไป ลงไปอุดตันหรือค้างอยู่ตามรูขุมขนหรือว่าริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าด้วยค่ะ 


          ใครมีปัญหารูขุมขนกว้าง ต้องลองดูแลผิวหน้าให้ได้ตามนี้กันนะคะ 

โพลชี้ สาวเกาะอังกฤษอกใหญ่ขึ้นถึง 3 ไซส์ใน 2 ปี


เสริมหน้าอก



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ไม่รู้เหตุไฉนผลการสำรวจของ Debenhams ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องแต่งกายที่มีสาขาอยู่มากมายภายในห้างสรรพสินค้า และย่านช้อปปิ้งของเกาะอังกฤษ ถึงพบความเปลี่ยนแปลงของขนาดหน้าอกหน้าใจสาว ๆ ว่ามันเพิ่มขึ้นถึง 3 ไซส์ ภายในเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น !

          ผลสำรวจนี้เกิดจากการเปรียบเทียบจากขนาดบราที่ขายดีที่สุดในอดีตเทียบกับปัจจุบัน ซึ่งในปี 2010 ไซส์ยอดนิยมอยู่ที่ 34B อันทำให้พอจะอนุมานได้ว่า นี่คือขนาดหน้าอกมาตรฐานของผู้หญิงทั่วไปในเวลานั้น แต่แล้วเมื่อได้มาดูยอดขายล่าสุดของปี 2012 ก็ได้พบว่า ขนาดบราที่ขายดีที่สุดกลับขยับขึ้นมาเป็นไซส์ 34DD (หรือ 34E) เพิ่มขึ้นมาถึง 3 ไซส์เลยทีเดียวล่ะ 
          และเมื่อได้ทำการสอบถามบรรดาคุณลูกค้าสตรีที่เข้ามาซื้อชุดชั้นใน ภายในร้าน Debenhams ก็ได้รับคำตอบว่า 4 ใน 5 ของลูกค้าหญิงกล่าวว่า หลาย ๆ ครั้งที่พวกเธอต้องพยายามใส่บราที่มีขนาดเล็กกว่าหน้าอกจริงของตนเอง เพื่อไม่ให้หน้าอกดูใหญ่หรือเทอะทะเกินไป 

          ชารอน เว็บบ์ หัวหน้าฝ่ายการขายและดีไซน์จากสาขาหนึ่งของ Debenhams กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาขนาดหน้าอกหน้าใจของเหล่าสาว ๆ ดูจะใหญ่ขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นอกจากไซส์ของบราที่ขายดีที่สุดจะเพิ่มขนาดขึ้นแล้ว ชุดชั้นในแบบมีแผ่นเสริมหรือดันหน้าอกก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าด้วยเช่นกัน โดยสามารถทำยอดขายได้มากถึง 70% เมื่อเปรียบเทียบย้อนหลังกับปี 2010 ที่มียอดขายแค่ 36% เท่านั้น 

          ปรากฏการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นว่า เหล่าสุภาพสตรีของเกาะอังกฤษเริ่มหันมาใส่ใจรูปลักษณ์และทรวดทรงของตัวเองมากขึ้น พวกเธอต้องการจะดูดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะเป็นได้ ซึ่งก็ต้องเริ่มต้นจากการใส่ชุดชั้นในที่เหมาะสมกับสรีระของพวกเธอมากที่สุดนั่นเอง เมื่อฟิตกระชับพอดีทรวดทรงจากภายใน ก็ทำให้สวมอะไรแล้วก็ดูดีตามไปด้วย นอกจากนี้ก็เชื่อว่าพวกเธอน่าจะได้แรงบันดาลใจมากจากคนดังอย่าง ดิต้า วอน ทีส หรือ บียอนเซ่ สาวสวยผู้มีสัดส่วนอิ่มเอิบ แม้รูปร่างจะไม่ได้ผอมบางอย่างนางแบบ แต่ก็ดูอวบอึ๋มมีอกมีเอวมีสะโพกแบบผู้หญิงจริง ๆ ที่จับต้องได้ จึงทำให้สาว ๆ มั่นใจที่จะอวดอกอิ่ม กับรูปร่างที่อวบอัดของตัวเองกันมากขึ้น 

          ไม่รู้ว่าตกลงแล้วสาว ๆ จากเกาะอังกฤษเขาอกใหญ่อยู่แล้วแต่ทนใส่เสื้อชั้นในเล็ก หรือว่าขนาดหน้าอกของพวกเธอค่อย ๆ อัพไซส์ขึ้นตามกาลเวลาจริง ๆ กันแน่ ... แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เถอะ อ่านแล้วก็อดจะคิดบ้างไม่ได้ว่า จะมีโอกาสเกิดปรากฎการณ์แบบนี้ขึ้นในเมืองไทยบ้างไหมนะ ..!?

สาว ๆ ที่ชอบบ่นว่าตัวเองหน้าปลวก จริง ๆ อยากให้คนชมว่าสวยจริงหรอ


แต่งหน้า



เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เว็บไซต์ Sugarviva.com , แฟนเพจ Sugar VIVA

           คุณเคยเป็นแบบนี้หรือเปล่า... ส่องกระจกแล้วบ่นว่าตัวเองหน้าปลวก.. ปลวกมาก... วันนี้หน้าโทรมจัง... วันนี้หน้าดำเว่อร์... ฯลฯ เพียงเพราะอยากได้ยินคำพูดปลอบใจจากคนข้าง ๆ ประมาณว่าอวยนิด ๆ อย่าง... ไม่ปลวกหรอก สวยจังเลย... หน้าไม่เห็นดำเลย ขาวกว่าฉันตั้งเยอะ บลา ๆ ๆ และอีกหลากหลายคำพูดที่ชื่นชมคุณ หรือค้านกับสิ่งที่คุณกำลังบ่น (^^)

           วันนี้กระปุกดอทคอมมีเรื่องราวน่ารัก ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากการ์ตูนที่สื่อให้เห็นภาพสถานการณ์เหล่านั้นของ SugarVIVA ใน sugarviva.com และสามารถตามไปอ่านการ์ตูนน่ารัก ๆ แบบนี้ที่อัพเดททุกวัน ได้ที่ sugarviva.com จ้า (ชมแล้วลองคิดดูสิ ว่าคุณเป็นแบบนั้นหรือเปล่า อิอิ)  


แต่งหน้า

ออกกำลังเพิ่มกล้ามเนื้อ คุณสาว ๆ ก็ทำได้


ออกกำลังกาย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ไม่ต้องไปเพาะกาย หรือยกเวทเหมือนคุณผู้ชายเขา คุณสาว ๆ ก็มีกล้ามเนื้อที่ฟิตแอนด์เฟิร์มได้ ด้วยการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อตามที่เราจะแนะนำต่อไปนี้

 ว่ายน้ำ

          การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหลายประเภท ไม่เพียงแต่จะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย แต่ยังช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย อย่างเช่น "ว่ายน้ำ" ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ดีมาก ๆ ในการนี้ เพราะเมื่อคุณว่ายน้ำ กล้ามเนื้อแขน ขา และกล้ามเนื้อหลัก ๆ ของร่างกายจะทำงานอย่างต่อเนื่อง เป็นวิธีการบริหารกล้ามเนื้อที่ยอดเยี่ยมสุด ๆ เลยล่ะ

 วิ่ง

          การวิ่งก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อขา เพราะมันจะช่วยให้ไขมันส่วนเกินที่ช่วงขาลดลง กล้ามเนื้อขาจะใหญ่และกระชับขึ้นมาแทนที่ ซึ่งถ้าคุณอยากเห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งโดยเร็ว ลองเพิ่มความท้าทายด้วยการวิ่งในทางลาด หรือวิ่งขึ้นเขาดูสิ 

ระบำหน้าท้อง

 เต้น

          หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่า การเต้นก็ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยหรือ แต่มันช่วยได้จริง ๆ ค่ะ ลองเลือกสไตล์การเต้นที่จะทำให้คุณเคลื่อนไหวมาก ๆ อย่างเช่น ฮิปฮอป จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อต้นขาคุณกระชับขึ้น เพราะต้องลุก ๆ นั่ง ๆ ไป ๆ มา ๆ หลายครั้ง หรือการเต้นสไตล์ลาตินก็จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อไหล่ แขน และไบเซบ เพราะต้องยกไหล่ แกว่งแขนอยู่เรื่อย ๆ แต่ถ้าใครชอบ Belly Dance หรือระบำหน้าท้อง คุณก็จะได้บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องไปด้วยนะ

 เล่นโยคะ

          เคยเห็นไหมล่ะ สาว ๆ ที่เล่นโยคะเป็นประจำล้วนแล้วแต่แข็งแรง แถมยังผอมบางทั้งนั้น เพราะโยคะหลากหลายท่าจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของคุณได้ออกกำลังไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น หน้าท้อง แขน ขา ซึ่งนี่เป็นวิธีออกกำลังเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กันเลยก็ว่าได้

 ฝึกพิลาทีส

          อีกหนึ่งการออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง "พิลาทิส" มีลักษณะคล้ายกับโยคะ แต่ละท่าถูกออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่วนมากจะเป็นท่าที่ลดแรงเสียดทาน และแรงโน้มถ่วงของร่างกาย โดยเน้นส่วนสัดที่สมดุล พร้อมกับการควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง ซึ่งถือเป็นวิธีเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่ดี แถมยังสนุก และช่วยให้จิตใจสงบ เพราะเน้นการหายใจที่ถูกต้องควบคู่ไปด้วยนั่นเอง

          ทั้ง 5 วิธีการออกกำลังกายที่เราแนะนำกันนี้ นอกจากจะช่วยลดไขมัน และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้คุณสาว ๆ แล้ว ยังดีต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ อีกด้วย ใคร ๆ ก็ทำได้ ขอแค่ตั้งใจเท่านั้นค่ะ

มาอ่านความสัมพันธ์คู่รัก จากท่านอนกันดีกว่า



 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก hopaaa.blogspot.com

          เคยเห็นการทำนายเรื่องโชคชะตาราศี โดยดูจากวันที่เกิดกันมาเยอะแล้ว ซึ่งนั้นเป็นเรื่องของโหราศาสตร์ แต่คราวนี้ลองมาดูอะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์ขึ้นมาหน่อย นั่นคือการอ่านความสัมพันธ์ของคู่รักจากท่วงท่าการนอน นี่เป็นผลสำรวจที่ travellodge เว็บไซต์ซึ่งให้บริการจองห้องพักและโรงแรมออนไลน์ของอังกฤษ ร่วมกับ โครีน สวีท นักจิตวิทยาความสัมพันธ์ ได้ทำการแปลความท่านอนของคู่รัก 2,000 คู่ ซึ่งเป็นแขกผู้เข้าพักโรงแรมตามต่าง ๆ ในเมืองไบรตัน แดนผู้ดี

          ตามการรายงานจากเว็บไซต์เดลิเมล สาเหตุที่สามารถอ่านความสัมพันธ์ของคู่รักจากท่วงท่าการนอนได้ ก็เนื่องจาก ในระหว่างการนอน (แบบที่หลับสนิทไปแล้วจริง ๆ) คนเราไม่สามารถควบคุมบังคับภาษากายที่ร่างกายแสดงออกมาได้ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายแสดงออกซึ่งตัวตน และความต้องการของเจ้าของร่างกายได้ซื่อสัตย์ที่สุด และถ่ายทอดออกมาทางท่าทางการนอนแบบต่าง ๆ นั่นเอง ยามที่เรารู้สึกหงุดหงิดโมโห เราจะไม่อยากให้ใครมาแตะต้องตัว ไม่อยากกอดรัดกับคนรักเมื่อถึงเวลานอน ยิ่งเป็นคู่ที่เพิ่งทะเลาะบาดหมางกันก่อนนอน ยิ่งรู้สึกรังเกียจที่จะโดนเนื้อตัวกันด้วยซ้ำ 


          ผลการทำแบบสอบถามพบว่า คู่รักจำนวนเกือบครึ่ง คือ 46% นอนหันหลังให้กัน พลิกหน้ากันไปคนละทาง ไม่ว่าจะนอนห่างคนละมุมเตียงหรือว่าหลังยังชนกันอยู่ก็ตาม หากคนรักทั้งคู่ไม่ได้บาดหมางผิดใจกันก่อนจะเข้านอน ท่านอนซึ่งเรียกว่า "ลิเบอร์ตี้" นี้ ก็ยังไม่เข้าขั้นเวลาร้าย แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า แม้จะยังรู้สึกเชื่อต่อกันอยู่ แต่ละคนกลับใส่ใจกับเรื่องการนอนหลับให้สนิทและสบาย มากกว่าที่จะสนใจคู่รักของตัวเอง ซึ่งดูแนวโน้มแล้วพบว่า ยิ่งนับวันคู่รักที่ใส่ใจเรื่องการให้ตัวเองนอนหลับได้สนิทดี จนถึงขนาดแยกเตียงนอน หรือสั่งซื้อเตียงคิงไซส์ แทนที่จะเป็นเตียงดับเบิลขนาดมาตรฐาน เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างระหว่างกันบนเตียงในอังกฤษนั้น มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

          ส่วนท่านอนที่เรียกว่าท่า "โรแมนติก" แบบที่เห็นได้ในหนังบ่อย ๆ คือฝ่ายหญิงนอนหลับซบอกฝ่ายชาย โดยมือของผู้ชายก็คอยประคองกอดโอบไหล่ไว้ด้วย ดูแล้วเป็นท่ายอดนิยมหลังฉากเล่นบทรัก แต่ในความเป็นจริงมีคู่รักที่นอนท่านี้เพียง 1% เท่านั้นเอง ... สงสัยจะเป็นเพราะดูดีอย่างเดียว แต่นอนจริง ๆ แล้วคงเมื่อยน่าดู 

          สำหรับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน มักจะนอนกกกอดกันด้วยท่า "เลิฟ น็อต" (Love Knot) คือหันหน้าเข้าหากัน สองขาเกี่ยวเกาะ แขนก็โอบกอดกันไว้หลวม ๆ ท่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความชิดใกล้ ความรัก และความเสน่หา แม้ว่าจะนอนท่านี้ได้สัก 10 นาที แล้วคลายออกไปนอนท่าอื่นต่อก็ตาม ซึ่งมีคู่รักที่หลับในท่านี้อยู่ 8% แต่ก็ยังมีอีกกลุ่ม คือ 4% ที่นอนกอดเกี่ยวกันด้วยท่า เลิฟ น็อต ได้ตลอดทั้งคืน ซึ่งหมายความว่าเป็นคู่รักที่ไม่อยากจะอยู่ห่างกันแม้แต่นาทีเดียว 


ส่วนการอ่านความสัมพันธ์ของคู่รักจากท่านอนทั้งหมด มีดังนี้ 


 1. ลิเบอร์ตี้ (Liberty) นอนหันหลังให้กัน (28%)

         แต่ละคนยังรู้สึกเชื่อมต่อกัน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นอิสระจากกันมากพอที่จะนอนห่างกันได้ มีความคุ้นเคยต่อกันและกันเป็นอย่างดี และยอมรับในพฤติกรรมการนอนของคนรักได้ 



 2. เชอริช (Cherish) นอนหันหน้าหันหน้าออกคนละด้าน หลังชนกัน (18%)

         เป็นท่าที่ที่แต่ละฝ่ายต่างรู้สึกสบาย ๆ ต่อกัน ทั้งยังรู้สึกถึงความใกล้ชิด แต่ก็ผ่อนคลาย เป็นท่ายอดนิยมกับคู่รักที่เพิ่งคบหากันใหม่ ๆ


 3. สปูนแบบผู้ชาย (Spoon) นอนหันหน้าไปทางเดียวกัน ผู้ชายโอบกอดผู้หญิงไว้จากด้านหลัง (13%)

         นี่เป็นท่านอนที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ และความมั่นคงในความสัมพันธ์ 


 4. สปูนแบบผู้หญิง (Spoon) นอนหันหน้าไปทางเดียวกัน ผู้หญิงโอบกอดผู้ชายไว้จากด้านหลัง (5%) 

         เหมือนกับท่าสปูนแบบผู้ชายเปี๊ยบ แต่ท่านี้กลับเป็นฝ่ายหญิงที่เล่นบทผู้นำ เธอรู้สึกอยากจะปกป้องฝ่ายชาย 


 5. พินโลว ทอล์ค (Pinlow Talk) นอนซบหมอนหันหน้าเข้าหากัน (7%)

         แสดงถึงความต้องการความใกล้ชิด การสื่อสารของคนรักทั้งสอง ต้องการมีบทสนทนาบนเตียง 


 6. เลิฟ น็อต (Love Knot) แบบนอนตระคองกอดเกี่ยว ราว 10 นาทีจึงคลายออก (8%)

         ถ่ายทอดความรัก ความชิดใกล้ และความเสน่หา

 7. เลิฟ น็อต (Love Knot) แบบนอนท่าเดียวทั้งคืน (4%)

         เป็นคู่รักที่ใกล้ชิดมาก และไม่อยากจะอยู่ห่างกันเลย 



 8. เดอะ โรแมนติก (The Romantic) ผู้หญิงนอนแนบข้าง ใบหน้าซบอก ฝ่ายชายโอบไหล่ (1%) 

         ท่านอนยอดฮิตที่พบเห็นได้บ่อยในหนัง แสดงออกถึงรักที่สดใหม่ หรือรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนา


 9. ซูเปอร์วูแมน (Superwoman) ฝ่ายหญิงนอนกางแขนกางขา ฝ่ายชายนอนชิดขอบเตียง (1%)

         เธอคือผู้ครอบครองพื้นที่บนเตียง ฝ่ายชายด้อยความสำคัญ และจำยอมให้เป็นเช่นนั้น 


 10. ซูเปอร์แมน (Superman) ฝ่ายชายนอนกางแขนกางขา ฝ่ายหญิงนอนชิดขอบเตียง (1%)
         เขาคือผู้ครอบครองพื้นที่บนเตียง ฝ่ายหญิงด้อยความสำคัญ และจำยอมให้เป็นเช่นนั้น 

         ทั้งนี้ นอกจากจะพบว่าคู่รักยุคใหม่ส่วนใหญ่เริ่มหันมานิยมการนอนแยกเตียงกันมากขึ้น ที่น่าเศร้าใจและเสียดายอีกอย่างก็คือ คู่รักตั้ง 80% ไม่ได้จูบกันหรือบอกรักอีกฝ่ายก่อนเข้านอนอีกต่อไป แถมอีกผลหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้หญิงถึง 2 ใน 3 ของทั้งหมด บอกว่าพวกเธอสามารถบอกได้ว่าคุณผู้ชายอาจกำลังมีพฤติกรรมนอกใจ โดยดูจากท่วงท่าการนอน หรืออาการที่ผิดปกติไปเมื่ออยู่บนเตียง .. แหม สัญชาติญาณคนเป็นภรรยานี่มันแรงจริง ๆ เลยนะเนี่ย

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2555

คนมีเจ้าของ แล้วแอ๊บโสด พฤติกรรมของเขาจะเป็นแบบนี้


คนมีเจ้าของ แล้วแอ๊บโสด พฤติกรรมของเขาจะเป็นแบบนี้


ใครว่ามีแต่ผู้หญิงที่ใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนคะ ผู้ชายก็มีมารยาเช่นกันค่ะ เรามาดูกันสิว่าเขาคนนี้คือ คนมีเจ้าของ ที่ถูกจับจองแล้วหรือยัง ด้วยข้อสังเกตดังต่อไปนี้
     ด้วยความไว้ใจบวกกับความรักความหลงที่มีล้นอกล้นใจ ทำให้ผู้หญิงมากมายต้องแปรสภาพจากตัวจริงเป็นแค่กิ๊ก หรือที่ร้ายกว่านั้นกลายเป็นเมียเก็บเมียน้อยโดยไม่รู้ตัว บางคนซวยมากถึงขนาดโดนหลอกมาเป็นปีกว่าจะจับได้คาหนังคาเขาว่าแฟนหนุ่มที่ควงกันมานานนั้น ที่แท้มีเมียและลูกกระจองอแงอยู่ที่บ้าน
  นิ้วนางข้างซ้าย
ผู้ชายที่สวมแหวนแต่งงานติดนิ้ว เวลามาเจอเราก็จะถอดแหวนแอบเก็บไว้ ต่อให้แต่งงานมาแล้วแค่ปีเดียว ก็ยังมีรอยแหวนให้เห็น และด้วยจิตใต้สำนึกผู้ชายก็มักเผลอตัวลูบคลำตรงนั้นอยู่เรื่อย เพราะรู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไป
  เบอร์โทรศัพท์บ้าน
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะตามปกติคนที่คบหากันจริงจังหวานชื่น จะใช้เวลาคุยโทรศัพท์กุ๊กกิ๊กกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ชั่วโมง วิธีเช็คคือลองขอเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านของเขา ถ้าเขาไม่ให้อาจเป็นไปได้ว่ามีเมียอยู่ที่บ้าน กลัวคนที่บ้านรับสายของเรา ข้อสังเกตอีกอย่างที่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์คือ ถ้าตกกลางคืนเข้าบ้านแล้วติดต่อไม่ได้ แสดงว่ามีเมียแล้วแน่นอน ข้อนี้พิสูจน์มาแล้วไม่ว่ากี่รายต่อกี่รายเป็นอย่างนี้ตลอด
  เดินจูงมือในที่สาธารณะ     เวลาผู้ชายมีจิตปฏิพัทธ์ย่อมอยากจับเนื้อจับตัวผู้หญิงที่หมายปอง แค่นิดๆหน่อยๆก็ยังดี ต่อให้อยู่ในที่สาธารณะก็ไม่แคร์ แต่ถ้าเวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน เขาเดินซะห่าง ไม่เคยเดินจูงมือ หรือพอเราไปจับเนื้อจับตัวก็ดีดตัวหนีราวกับกลัวติดเชื้อโรคละก็ เป็นไปได้ว่าเขากลัวคนรู้จักมาเห็น แล้วคาบไปบอกคนที่บ้าน
  ภายในรถ
เวลาเขาเผลอลองแอบค้นดูในเก๊ะหน้ารถหรือตรงที่บังแดด เช่น ทะเบียนรถ พ.ร.บ. ใบเคลมประกัน เพราะอาจเป็นชื่อของภรรยา หรือเป็นชื่อของสองคน นอกจากนั้นลองดูในที่เขี่ยบุหรี่ว่ามีขี้บุหรี่หรือไม่ ยิ่งถ้าเขาไม่สูบบุหรี่ละก็…น่าสงสัยมาก และคอยมองตามพื้นรถ เบาะ หรือซอกมุมต่างๆ ไม่แน่ว่าอาจเจอของดี เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ยางมัดผม หรือเส้นผมของผู้หญิง ของเล่นเด็ก เศษขนม เป็นต้น
  เพื่อนฝูง
เมื่อคบหากันได้สักระยะหนึ่ง ก็ถึงเวลาสมควรที่จะไปเจอเพื่อนฝูงของเขาบ้าง ไม่น่าเกลียดหรอกค่ะ ถ้าเขาปฏิเสธแล้วอ้างว่า บรรดาเพื่อนๆสนิทกับอดีตเมียบังเกิดเกล้า หรือว่าเร็วเกินไปที่จะพาเราไปรู้จักกับคนใกล้ชิดในชีวิตของเขา มีเปอร์เซ็นต์สูงว่าเขามีผู้หญิงอื่นในชีวิต
  ชวนค้างคืน
ถ้าเหตุการณ์เลยเถิดไปจนถึงขั้นมีสัมพันธ์กันลึกซึ้งแล้ว แต่เขาไม่เคยอยู่ค้างสักคืนเลยสักคืน พอเสร็จสมอารมณ์หมายก็รีบชวนกลับทุกครั้งละก็ มีแนวโน้มว่า มีเมียนั่งคอยอยู่ที่บ้าน
  ช่วงสุดสัปดาห์ถ้าคบกันไปสักระยะและเริ่มรู้สึกว่าเขาหายหน้าไปเลยในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ให้สงสัยได้เลยว่าต้องมีอะไรแอบแฝงแน่นอน เขาอาจอ้างว่า ต้องใช้เวลาสุดสัปดาห์กับพ่อแม่ผู้ชราหรือต้องไปรับลูกๆจากอดีตภรรยาแล้วพาไปเที่ยว ซึ่งถ้าเขาแคร์เราจริงๆ และญาติพี่น้องเป็นคนน่ารัก อีกทั้งผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่อดีตภรยาอย่างที่อ้างแล้วละก็ ทุกคนย่อมไม่รังเกียจถ้าเราจะร่วมขบวนไปด้วย หรือถ้าเขาแบ่งเวลาสุดสัปดาห์มาอยู่กับเราบ้าง คงไม่มีใครขัดข้อง
+++ข้อควรระวัง+++
นอกจากพฤติกรรมหมกเม็ดดังกล่าวข้างต้น ยังมีอย่างอื่นให้จับสังเกตได้อีก เช่น เวลาเขาเขียนจดหมาย ส่งอีเมล์ หรือเซ็นการ์ดอวยพรให้เรา เขาลงชื่อเต็มๆ หรือใช้แค่ชื่อย่อ หรือฉายานามแฝงที่ตั้งเอาเอง ถ้าเป็นสองอย่างหลังละก็ ผู้ชายคนนี้อาจพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมไม่ยอมใช้บัตรเครดิตแต่จ่ายเงินสดตลอด ก็เพราะกลัวถูกเมียที่บ้านเช็คค่ะ