วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เสื้อผ้าคนอ้วนสุดอินเทรนด์ เมื่อสาวเจ้าเนื้ออยากสวย


เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน
เสื้อผ้าคนอ้วน

แฟชั่นคนอ้วน

          "ผู้หญิง" กับ "ความสวยความงาม" มักเป็นของคู่กัน เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากสวย ไม่อยากงาม... (จริงไหม) แต่แหม... ถ้ารูปร่างทรวดทรงมันไม่เป็นใจล่ะ? จะสวยได้ไหม หากเป็นสาวเจ้าเนื้อ? แต่งตัวอย่างไร รูปร่างอ้วน ไม่มั่นใจเอาซะเลย...???

          ร้อยแปดปัญหากวนใจเมื่อสาวอยากสวย (แต่หุ่นไม่เป็นใจ) ขอบอกว่าเดี๋ยวนี้ทำอะไรสาวๆ ยุคใหม่ไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้เขามีเสื้อผ้าแฟชั่นคอลเลคชั่นคนอ้วนดีไซน์ใหม่วางขายกันให้พรึบ ประมาณว่าเสื้อผ้าคนผอมหุ่นดีมีแบบไหน เสื้อผ้าคนอ้วนก็มีเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ไซส์ที่ใหญ่กว่าเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็น ไซส์ XL, XXL, XXXL, XXXXL ไปจนถึง ไซส์ใหญ่พิเศษก็มีให้เลือกเพียบ ว่าแล้ววันนี้เรามีเสื้อผ้าคนอ้วนแบบเก๋ๆ มาฝากคุณสาวๆ เจ้าเนื้อทั้งหลาย ให้เลือกสวย เลือกใส่กันตามสบายเลยจ้า... 

เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

แฟชั่นคนอ้วน
เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน


เคล็ดลับแต่งสวยง่ายๆ สำหรับสาวเจ้าเนื้อ...

          - คนอ้วนลำคอมักจะสั้น วิธีที่จะทำให้ลำคอดูยาวขึ้นนั้น ควรเลือกใส่เสื้อที่เป็นคอเชิ้ต คอวี เพราะจะช่วยเพิ่มความยาวของใบหน้าและลำคอได้ ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อคอปิด คอสูง เพราะจะทำให้คอสั้น และหน้าดูใหญ่ขึ้นค่ะ

         
 - อย่าใส่เสื้อผ้าลายขวางและลายดอกใหญ่ๆ เด็ดขาด เพราะจะทำให้ดูอ้วนขึ้นไปอีก ควรเลือกเสื้อผ้าที่เป็นลายตั้งดีกว่า เพราะลายตั้งจะพรางสายตา ทำให้ดูผอมเพรียวเวลาสวมใส่

          - หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมเกินไป เพราะจะทำให้คุณดูอ้วนมาก

          - เลือกผ้าที่ใส่สบายๆ ไม่หลวมหรือคับแนบเนื้อจนเกินไป

          - กางเกงที่เหมาะกับคนอ้วน คือ กางเกงขาม้า เพราะจะทำให้รูปร่างผอมเพรียวขึ้น

          - ห้ามเอาเสื้อใส่ในกางเกง หรือกระโปรงเพราะจะยิ่งเน้นสัดส่วนมากขึ้น


เสื้อผ้าคนอ้วน

แฟชั่นคนอ้วน
เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

แฟชั่นคนอ้วน
เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

แฟชั่นคนอ้วน
เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

เสื้อผ้าคนอ้วน

แฟชั่นคนอ้วน
Fat Woman Fashion

เสื้อผ้าคนอ้วน


Fat Woman Fashion

แฟชั่นคนอ้วน

Fat Woman Fashion

เสื้อผ้าคนอ้วน


Fat Woman Fashion

แฟชั่นคนอ้วน

Fat Woman Fashion

เสื้อผ้าคนอ้วน

วิธีเล็มผมหน้าม้าด้วยตัวเอง เก๋ได้ตามใจฉัน


ทรงผม



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
          จะว่าไปผมหน้าม้าก็มีหลายแบบ ทั้งหน้าม้าสั้น หน้าม้ายาว หม้าม้าหนา ๆ หรือหน้าม้าปาดเฉียง และคนที่ไว้ผมหน้าม้าแบบนี้คงจะรู้ดีว่า ผมส่วนนี้ยาวเร็วดีเหลือเกิน บางครั้งก็ยาวทิ่มตาจนรู้สึกรำคาญ หรือว่ายาวเกินระดับที่ต้องการ ทำให้ต้องเข้าร้านเพื่อให้ช่างทำผมเล็มเฉพาะผมข้างหน้าให้ ใครซี้กับเจ้าของร้านได้ตัดฟรีก็ดีไป แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายทั้ง ๆ ที่มาตัดผมข้างหน้าออกแค่นิดเดียว ถ้าอย่างนั้นวันนี้ลองมาฝึกเล็มผมหน้าม้าด้วยตัวเองกันดีกว่าค่ะ 
          อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ก็ไม่มีอะไรมากมายไปกว่า..

         กรรไกรตัดผมคม ๆ สักอัน (ถ้าอยากตัดได้ง่าย ๆ ลื่น ๆ กรรไกรจับผมได้ดีไม่ดิ้นไม่แหว่ง ก็ลงทุนซื้อกรรไกรแบบช่างตัดผมมาสักอันเถอะค่ะ อย่าใช้กรรไกรตัดกระดาษเลยนะ) 

         กิ๊บปากเป็ด สำหรับเก็บผมส่วนที่ไม่ต้องการออกไป

         ฟ็อกกี้ สำหรับฉีดละอองน้ำฝอย ๆ ให้ผมพอชื้น สำหรับคนที่ผมยุ่งหยิกชี้ฟูโดยเฉพาะ (หลังจากทำผมให้เปียกแล้วพึงระลึกไว้ว่า เมื่อตัดผมไป มันจะสั้นลงกว่าเดิมนิดหน่อยเมื่อผมแห้ง)


         ยืนหน้าดูกระจกในห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ แล้วเริ่มลงมือได้เลย โดยหวีผมให้เรียบตรงดี จากนั้นจึงหวีแบ่งส่วนหน้าม้าของคุณออกมา แล้วรวบผมที่เหลือขึ้นไป ติดกิ๊บเก็บไว้ให้เรียบร้อย 
         หากหน้าม้าที่คุณต้องการเป็นหน้าม้าตรง ๆ ก็สามารถทำได้โดยทาบกรรไกรตัดได้เลย หรืออาจใช้หวีเป็นตัวช่วยในการหวีดึงส่วนของหน้าม้าออกมาทีละกลุ่มซึ่งจะตัดได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มจากผมส่วนตรงกลางบริเวณระหว่างคิ้วก่อน แล้วค่อยไล่ออกไปทางซ้ายขวาค่ะ 

         หากต้องการได้ผมหน้าม้าที่มีเลเยอร์ หวีผมให้เรียบ และหนีบผมเอาไว้ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ดึงผมขึ้นไปให้ตึง แล้วจึงตัดออกตรง ๆ เมื่อปล่อมผมลง ปลายผมจะไล่ระดับกันนิดหน่อย หน้าม้าจึงดูพลิ้วดี ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้ทรงผมหน้าม้าตามที่ต้องการ


          ใครจะลองฝึกตัดดู ขอแนะนำว่าหากเป็นครั้งแรก ให้ตัดแบบเผื่อความยาวของหน้าม้าให้มากกว่าที่ต้องการไว้นิดหน่อยนะคะ เผื่อว่ามือไม่นิ่งแล้วตัดพลาดแล้วจะได้ไม่สั้นเกินไป .. แต่รับรองว่าทำไปสัก 2-3 ครั้ง พอเริ่มจับจุดได้ก็จะคล่องเลยล่ะ คราวนี้ถ้าแค่ต้องการเล็มผมหน้าม้า คุณก็จะไม่หันหน้าไปพึ่งร้านตัดผมอีกแล้ว

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วิธีแต่งหน้าใส ๆ สวยสบายผิวหน้า


แต่งหน้า



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

          หากเมื่อไร่เป็นวันว่างที่คุณไม่ต้องมีธุระปะปังไปพบหน้าใคร ๆ มากมาย ถ้าแค่อยู่บ้าน ออกไปเดินห้างเพลิน ๆ หรือเดินช้อปตลาดกลางแจ้ง (ประมาณว่าตลาดนัดจตุจักร) ไม่ต้องแต่งหน้าหนาหนักนักก็ได้ค่ะ แต่งให้น้อย ๆ สบายผิวหน้าเข้าไว้ แค่ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบเจือสีที่ทำหน้าที่เป็นเมคอัพเบสได้ด้วย แล้วก็เติมเครื่องสำอางลงไปนิด ๆ หน่อย ๆ ให้ได้ความสดใสก็เพียงพอ แต่ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าจะแต่งหน้าแบบไหนดี เรามีแนวการแต่งหน้าแบบใส ๆ ที่น่ารักมาฝากค่ะ 

       เรียวปากสีพีช

          เรียวปากสีพีชอมส้มอมชมพู ดูแล้วสดใส จะเลือกใช้เป็นลิปสติกหรือลิปกลอสก็ได้ แต่ถ้าใครชอบสีแน่น ๆ เจ็บ ๆ ลองเป็นสีส้มแทงเจอรีนดูนะคะ เป็นสีส้มที่ดูแคนดี้มาก ๆ ถึงแต่งหน้ามาเรียบ ๆ แต่แค่เติมลิปสติกสีนี้เข้าไปก็สดใสไปทั้งวัน 

       เขียนหัวตาด้วยอายไลน์เนอร์สีขาว 

          เพิ่มความสดใสให้ดวงตาดูตื่น โต และเป็นประกายได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้อายไลน์เนอร์สีขาวเขียนที่หัวตา รับรองว่าแค่จุดเล็ก ๆ ตรงนี้ จะทำให้ดวงตาของคุณดูสดใสได้เยอะเลยล่ะ 

       เพิ่มไฮไลท์ให้หน้าไม่ซีดเซียว 

          หลังปัดแก้มไปแล้ว หากอยากให้หน้าที่ซีดเซียว (อาจเพราะนอนน้อย) ดูมีชีวิตชีวามาขึ้นอีก ให้ปาดไฮไลท์เบา ๆ ที่เหนือโหนกแก้ม (อย่าลืมทำปากจู๋แก้มตอบก่อนทานะคะ จะได้เห็นตำแหน่งของโหนกแก้มได้ชัดเจน) แค่ปัดไฮไลท์บาง ๆ เท่านั้น ก็จะทำให้ใบหน้าคุณดูสดใสมากขึ้นกว่าเดิม 

       อย่าลืมเขียนคิ้ว 

          คิ้วนี่แหละที่จะเป็นตัวกำหนดกรอบหน้าที่ชัดเจนให้คุณได้ หากรู้ตัวว่าเป็นคนคิ้วบาง ห้ามลืมเขียนคิ้วก่อนออกจากบ้านเด็ดขาดเลยนะคะ สำหรับวันเบา ๆ ของคุณ แค่เขียนคิ้วที่กันได้รูปทรงแล้วให้สวย แล้วปัดแก้ม หรือทาปากเพิ่ม เท่านี้ก็สวยเบา ๆ ได้อย่างสบายใจ 

       กรีดตาตวัดหาง

          ถึงจะสวยใส ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งลายโฉบเฉี่ยวด้วยการกรีดตาแบบตวัดหาง แบบนี้แม้ไม่ทาอายแชโดว์ ก็สามารถทำให้ตาของคุณดูมีลูกเล่นน่ามองได้เช่นกันค่ะ 


          วันเบา ๆ แต่งหน้าแค่บาง ๆ ใส ๆ ก็เพียงพอ เลือกแต่งบางส่วนเว้นบางส่วนก็ทำให้ได้ลุคชิล ๆ สบาย ๆ ใครที่แต่งหน้าแบบจัดเต็มมาตลอด ได้มาลองอะไรแบบนี้อาจทำให้ติดใจไปตลอดเลยก็ได้นะคะ :D

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เคล็ดลับลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่


ความมุ่งมั่นที่จะลดหรือควบคุมน้ำหนักให้ได้เป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ความพยายามลดน้ำหนักที่มากและเร็วเกินไป อาจทำให้การลดน้ำหนักนั้นล้มเหลวได้เช่นกัน ซึ่งหลายคนเคยพบกับประสบการณ์ลดน้ำหนักแบบที่น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ ไม่คงที่มาแล้ว เราเรียกกันว่า ‘การลดน้ำหนักแบบโยโย่' (Yo-Yo Dieting) ซึ่งเกิดขึ้นกับโปรแกรมลดน้ำหนักที่เข้มงวด และมีระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป โปรแกรมดังกล่าวมักล้มเหลว และทำให้พฤติกรรมการบริโภคแบบเดิมกลับคืนมา ทำให้น้ำหนักซึ่งเคยลดลงไปแล้วกลับมาเพิ่มอีก หากไม่อยากปวดหัวกับการลดน้ำหนักที่จะทำให้โยโย่กลับมา เรามีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝากกันค่ะ
* เกาะติดสถานการณ์ เริ่มต้นจากการได้ทดลองกิจกรรมหรือโปรแกรมการลดน้ำหนัก และประเมินผลลัพธ์ว่ากิจกรรมหรือโปรแกรมนั้นๆ ได้ผลหรือไม่ ซึ่งการประเมินผลในกิจกรรมที่เหมาะสมกับเรานั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราเกิดความก้าวหน้าในการลดน้ำหนัก และทำให้เกิดกำลังใจในการทำอย่างต่อเนื่อง
* แรงสนับสนุนชั้นเลิศเพื่อการออกกำลังกาย เคยได้ยินไหมคะว่าสองคนเพื่อนตาย การลดน้ำหนักที่ได้ผลบางครั้งก็ต้องการกำลังใจจากคนรอบข้าง ควรหาเพื่อนมาเป็นบัดดี้เพื่อกระตุ้นให้การออกกำลังกายให้เป็นเรื่องที่สนุก และทำให้คุณมีความสุขในการลดน้ำหนักมากขึ้น หรือจะเป็นเพื่อนบนชุมชนออนไลน์ก็ได้ แค่คุณโพสต์ว่าอยากจะลดน้ำหนักก็เป็นเหมือนการประกาศให้โลกรู้ รับรองว่าคุณจะได้กำลังใจและแรงเชียร์มหาศาล ดีไม่ดีอาจจะได้เคล็ดลับดีๆ แถมมาด้วย
* ปรับเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ลองหาแรงบันดาลใจหรือกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ หากค้นพบการออกกำลังกายหรือเมนูอาหารเพื่อสุขภาพในรูปแบบใหม่ อยากให้ทดลองดูก่อน แต่ถ้าลองแล้วรู้สึกไม่ชอบก็อย่าไปฝืน เพราะจะทำให้การควบคุมน้ำหนักกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อขึ้นมาทันที

* ช้า...ช้า...ได้พร้าเล่มงาม น้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็วและฮวบฮาบไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะสม หากต้องการลดน้ำหนักโดยรักษาระดับให้คงที่ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยคือ การออกกำลังกายหรือการรับประทานผักผลไม้อย่างสม่ำเสมอ และควรเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน โดยรับประทานอาหารให้น้อยลงแต่บ่อยครั้งขึ้น และควรบริโภคอาหารประเภทโปรตีนให้ได้ทุกมื้อ เพราะโปรตีนจะช่วยบำบัดความหิวได้ดี
เพียงแค่เราเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ติดตามผลหาตัวช่วยที่เหมาะสม และทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำสม่ำเสมอ ปฏิบัติจนติดเป็นนิสัย เพียงเท่านี้ ‘น้ำหนักส่วนเกิน' ที่ไม่พึงปรารถนาก็จะไม่แวะมาทักทายคุณอีกต่อไป
ผู้หญิง สุขภาพผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้าแฟชั่น sexy 
ทุกๆเรื่องที่คุณอยากรู้ http://women.sanook.com
ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

DIY อายไลเนอร์แบบเจล ง่ายๆ ด้วยตัวเอง


ถ้าถามถึงเรื่องเทรนด์การแต่งหน้าในตอนนี้บูรินตอบได้อย่างมั่นใจเลยว่า "การกรีดอายไลเนอร์" กำลังมาแรงสุดๆ ไ่ม่ว่าจะลุคหวาน ลุคเปรี้ยว ก็ต้องมีการกรีดอายไลน์เนอร์กันทุกลุคเลยทีเดียว จนเรียกได้ว่า "อายไลเนอร์" เป็นอีกหนึ่งไอเทม ที่คุณสาวๆ ต้องพกติดตัวใส่ไว้ในกรเป๋า (ลืมโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ ลืมได้ แต่ลืมอายไลเนอร์ละ่ก็ ชีวิตอาจตายได้เลยทีเดียว....)
พอพูดถึงเรื่องอายไลเนอร์แล้ว ก็คงต้องคิดต่อไปอีกว่าอายไลเนอร์มีแบบไหนบ้างแยกแตกประเภทไปอีกมากมาย มีให้คุณสาวๆ เลือกใช้ได้ตามความถนัดของแต่ละคน แต่บูรินว่าระดับสาวๆ Sanook! women คงต้องมีทุกแบบทุกประเภทเก็บไว้เป็นคลังเครี่องสำอางอย่างแน่นอน (ใช่ไหมค่ะ??)


DIY เจลไลน์เนอร์

บูรินเลยขอเอาใจสาวๆ ที่ชอบกรีดอายไลเนอร์แต่อาจจะเป็นมือใหม่ ไม่อยากเสียเิงินซื้อหลายๆ แบบลองมาทำเจลไลเนอร์จากอายไลเนอร์แบบดินสอกันดูดีกว่า หรือหากใครอยากจะเอาวิธีนี้ไปดัดแปลงใช้เวลาอายไลเนอร์ของคุณสาวๆ หมดพอดีเอาวิธีนี้ไปใช้แก้ขัดได้พรางๆ ค่ะ
อุปกรณ์
- อายไลเนอร์แบบดินสอ
- ไฟแช็ค
ขั้นตอนการทำ

DIY เจลไลเนอร์

1. เตรียมอายไลเนอร์แบบดินสอเหลาให้พร้อม จากนั้นน้ำไฟแช็คมาจุดเผาที่ปลายของดินสอใช้เวลาเพียง 10 วินาที ให้ปลายดินสออ่อนตัวลง


DIY อายไลเนอร์แบบเจล

2. จากนั้นเมื่ออุณหภูมิลดลงแล้ว (แนะนำว่าให้เทสกับหลังมือก่อนนะคะ อย่าเพิ่งไปเขียนจริงๆ ที่ขอบตา อาจจะร้อนได้ค่ะ) จากนั้นค่อยนำไปใช้งานได้ตามปกติ
เพียงเท่านี้คุณสาวๆ ก็มีเจลไลเนอร์สวยๆ ไว้ทดลองใช้ หรือแก้ขัดได้แล้วล่ะคะ แต่บูรินไม่แนะนำให้ใช้แบบนี้เป็นประจำทุกวันนะ เพราะขั้นตอนการทำต้องมีการเกี่ยวข้องกับไฟอาจจะพลาดเกิดอันตรายได้ ควรระมัดระวังอย่างมากถึงมากที่สุดค่ะ ด้วยความห่วงใยจากบูรินนะคะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://thebeautydepartment.com
เรียบเรียงโดย 

4 เคล็ดลับป้องกันอายแชโดว์แตกร่อนเสียสวย


แต่งหน้า

4 เคล็ดลับป้องกันอายแชโดว์แตกร่อนเสียสวย
 (Lisa) 

          สาว ๆ ที่มีปัญหาแต่งหน้าตอนเช้าไปอย่างสวย แต่พอตกบ่ายเจ้าอายแชร์โดว์สีเจิด ๆ ที่คุณทามาดันแตกร่อนเสียสวยซะนี้ (โอ้ย... เซ็งค่ะ) วันนี้เรามีวิธีป้องกันปัญหานั้นมาฝากค่ะ

          1. ตบแป้ง เริ่มจากแตะแต้มคอนชีลเลอร์หรือครีมรองพื้นลงบนเปลือกตา ตามด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสงทับลงไปบาง ๆ จากนั้นก็ทาอายแชโดว์ตามปกติ ถ้าคุณเป็นคนผิวมันก็ไม่ต้องใช้คอนชีลเลอร์หรือครีมรองพื้น ใช้แต่แป้งฝุ่นตบลงไปบาง ๆ แทน

          2. ใช้ไพร์เมอร์ ไพร์เมอร์จะช่วยสร้างความเนียนเรียบให้กับผิวบนเปลือกตา จึงช่วยป้องกันปัญหาอายแชโดว์แตกร่อนให้คุณได้ แถมยังทำให้สีอายแชโดว์ดูสดและติดทนนานขึ้นด้วย

          3.ทาบาง ๆ คุณควรเคาะให้อายแชโดว์ส่วนเกินหลุดออกจากพู่กันก่อนทาลงบนเปลือกตาทุกครั้ง ใช้วิธีเพิ่มความเข้มทีละนิดดีกว่าโปะลงไปเยอะ ๆ โครมเดียว

          4.ใช้ให้ถูก อายแชโดว์ชนิดครีมมักจะแตกร่อนได้ง่าย จึงควรทาทับด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสงทุกครั้ง





ขอขอบคุณข้อมูลจาก

4 ทรงผมของสาว ๆ ที่ผู้ชายเห็นเป็นต้องเลิฟ


ทรงผม



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก beauty-box.jp , rasysa.com และ judbibian.com

          ถึงแม้สาว ๆ หลายคนจะชอบบ่นว่า ผู้ชายของเธอนั้นดูทื่อ ๆ ไม่ค่อยสังเกตความเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเธอเท่าไหร่ ขนาดไปทำผมมาใหม่ซะสวยยังไม่เห็นเอ่ยปากชมเลย .. ขอแอบกระซิบแก้ตัวให้หนุ่ม ๆ เขาเสียหน่อยว่า ที่ผู้ชายไม่ชมน่ะ ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบนะจ๊ะ เพราะเคยคุยกับหนุ่ม ๆ แล้วเขาบอกว่า ที่จริงเขาเห็นแล้วแอบนึกยิ้ม ๆ อยู่ในใจว่า วันนี้แฟนเราสวยจัง ก็เลยได้ถามต่อไปอีกหน่อยว่า แล้วทรงผมแบบไหนล่ะที่เห็นแล้วหลงเลย สรุปรวมคำตอบที่ได้ก็กลายมาเป็นผม 4 ทรงต่อไปนี้ค่ะ..
        1. ผมหยิกลอนอ่อน ๆ ที่ไม่ต้องฉีดสเปรย์มากมาย 

ทรงผม

          ผมหยิกเด้งแต่เป็นลอนอ่อน ๆ ชวนเซ็กซี่ ดูทีไรก็เคลิ้ม แถมยังพาให้อดใจไม่ไหวที่อยากจะสัมผัสหรือไล้นิ้วผ่านเรือนผมของเธอ เพราะฉะนั้นขอเพียงอย่างเดียวว่าอย่าฉีดสเปรย์หรือใส่มูสเซตมาซะผมแข็งเป๊ก เอาแค่แต่งผมให้ลอนเด้ง ๆ แต่ยังมีความอ่อนนุ่มเป็นธรรมชาติจะดีที่สุด 

        2. ผมตรงสลวย 

ทรงผม

          ไม่จำเป็นว่าจะต้องผมสั้นหรือยาว ขอแค่ตรงสลวย นุ่มนิ่ม แล้วก็เงางาม (เหมือนนางแบบในโฆษณาแชมพูนั่นไง) แค่นี้ก็อดความอยากที่จะซุกไซร้ใบหน้าไปกับเรือนผมของเธอไม่ได้ แถมยังจับผมลื่น ๆ เล่นได้เพลินอีกต่างหาก สาว ๆ ทำผมทรงนี้ได้ด้วยการไดร์ผมตรงนั่นเองค่ะ

        3. ลุคเซอร์ ๆ แบบเพิ่งตื่นนอน

ทรงผม

          ผมยุ่งเหยิง ชี้ไปชี้มานิด ๆ แบบคนเพิ่งตื่นนอนนี่แหละ ง่ายที่สุด และเซ็กซี่ที่สุดในสายตาคุณผู้ชายด้วย และสำหรับสาว ๆ อย่างเรา มันก็ทำง่ายที่สุดด้วย แค่สระผมแล้วปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ หรือนั่งเป่าพัดผมพลางขยี้ผมเบา ๆ เมื่อมันแห้งดี ก็จะกึ่งเรียบกึ่งยุ่งเหยิง ชี้ไปชี้มานิด ๆ เซ็กซี่แบบไม่ตั้งใจตามที่ต้องการ 

        4. มัดหางม้า 

ทรงผม

          ผมรวบสุดคลาสสิค ที่ทำง่ายแสนง่าย (แม้วันที่ไม่ได้สระผม ^^") รวบหางม้าสูง ๆ หวีเรียบ ๆ ทรงนี้คุณผู้ชายลงความเห็นกันว่ามันดูเย้ายวนได้เพราะมองเห็นต้นคอของสาว ๆ นี่แหละจ้า ซึ่งคุณสามารถหาเครื่องประดับเก๋ ๆ มาประดับ ก็ดูน่ารักไปอีกแบบค่ะ


          ใครอยากทำผมเอาใจคุณแฟนก็ลองพิจารณาทั้ง 4 ทรงนี้ดูนะคะ แฟนเห็นต้องเป็นหลง และที่สำคัญทุกทรงทำง่ายมาก ๆ เลยด้วยล่ะ :)