วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ความอ้วน...ปัญหาของคนอยากสวย


วิธีลดความอ้วน


ความอ้วน ปัญหาของคนอยากสวย (Crows magazine)

          แต่ไหนแต่ไรมาจะเห็นว่าวัยหนุ่มสาวมักห่วงเรื่องความหล่อความสวย ไม่ว่าจะอายุขนาดไหน ไม่มีใครยอมที่จะหยุดพัฒนาความงามของตัวเองกันเลย ยังอยากที่จะเสริมนั่นเติมนี่ เพื่อแก้จุดด้อยอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วก็คงหาได้ยากสำหรับท่านที่คิดว่าพอแล้วกับรูปร่างหน้าตาในปัจจุบัน ถ้ามีเงิน... ฉันก็ยังจะทำโน่นนี่นั่นอยู่ดี อย่าเถียงนะคะว่าคุณเองไม่เคยคิด นี่แหละค่ะที่ทำให้สถานเสริมความงาม สถานแก้ไขจุดบกพร่อง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแก้ไขปมด้อย ถือกำเนิดเติบโตขึ้นเร็วมาก 

          วันนี้ จะนำวิธีลดความอ้วนอันเป็นปมด้อยของผู้ที่มีน้ำหนักเกิน แบบไม่เสียเงินที่มีอยู่น้อยนิด มาแนะนำกันค่ะ

          ว่าไปคนอ้วนนี่ก็แปลก เวลาปกติคิดว่าตัวเองอ้วนตลอดเวลา ยกเว้น "เวลากิน" นี่ลืมไปเลยว่าอ้วน และบางครั้ง "ความอ้วน" ก็ทำให้เราพลาดในอะไรหลาย ๆ สิ่ง เห็นด้วยไหมคะ? ถ้าเห็นด้วยมาลดน้ำหนักกันดีกว่าค่ะ จำไว้อย่างนะคะว่า การลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างฮวบฮาบ แม้ได้ผลช้า แต่ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ และยังได้ผลที่ถาวรกว่าวิธีเร่งด่วนอีกด้วยค่ะ ฉะนั้น เรามาตั้งใจ และมุ่งมั่นไปด้วยกันนะคะ

ลดน้ำหนัก

           1.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนในการลดน้ำหนัก โดยอาจจินตนาการว่า คุณต้องการมีรูปร่างอย่างไร และต้องการลดกี่กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ อย่าใจร้อนรีบลดจนเกินไป เพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และทำให้การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องสนุกอีกต่อไป อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผลก็คือ ความรู้สึกท้อแท้เมื่อเห็นน้ำหนักตัวไม่ขยับลงอย่างที่ควรจะเป็น

           2.เพิ่มปริมาณน้ำ น้ำช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไม่แห้งตึง แล้วยังช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญคือ ช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลงเพราะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น กระตุ้นระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายด้วย

           3.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ (ย้ำว่าครบทุกมื้อ) ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทานเกินขนาดในมื้อต่อไป

               ทานข้าวกล้อง แทนข้าวสวย

               ทานข้าวโอ๊ต แทนซีเรียล

               เลือกน้ำสลัดไขมันต่ำ แทนน้ำสลัดธรรมดา

               ทิ้งอาหารขยะไป แล้วก็ไม่ต้องไปซื้อมาเก็บไว้อีก

               ทานของหวาน ของมัน ของทอด ให้น้อยลง โดยกำหนดว่าจะทานกี่ครั้งต่อสัปดาห์

               หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

               ทานช้า ๆ จะช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้น

               ทานมังสวิรัติ 1 วัน/สัปดาห์ มาทานผัก ผลไม้ เพื่อเพิ่มกากใยให้กับร่างกาย

               อย่าเอาอะไรเข้าปากหลังสองทุ่ม

           4.ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย และไม่เครียด เนื่องจากมีแนวโน้มว่า คนที่มีความเครียดเป็นประจำ มักจะทานอาหารมากกว่าปกติ และทานจุบจิบบ่อย ๆ

           5.ออกกำลังกายเป็นประจำ คุณสามารถออกกำลังกายได้ทั้งในขณะที่ทำงาน หรืออยู่บ้าน เช่น หากคุณนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ก็สามารถขยับต้นคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และลุกขึ้นบิดตัวไปมาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เลือดไหลเวียน หรือทำงานบ้านด้วย

          หากคุณทำตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้นได้ น้ำหนักจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ แต่มันจะไปแตะอยู่ที่สเกล ๆ หนึ่งนานหน่อย ก็อย่าตกใจ ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันจะลดลงมาเอง เริ่มไปทีละอย่างจนคุณติดเป็นนัย เพียงเท่านี้เจ้าน้ำหนักส่วนเกินที่คุณไม่ต้องการก็จะไม่มาเคาะประตูร้องหาคุณอีกต่อไปค่ะ

วิธีลดความอ้วน

 Tips

          ใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์ เวลาขึ้น หรือลงอาคารเพียง 2-3 ชั้น

          จอดรถให้ไกลกว่าเดิม เพื่อให้เดินมากขึ้น

          ทำงานบ้านโดยใช้เครื่องทุ่นแรงให้น้อยลง เช่น การซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือล้างรถเอง

          หางานอดิเรก เช่น ทำสวน ปลูกต้นไม้ จูงสุนัขเดินเล่น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เถียงกัน อาทิตย์ละครั้ง…ชีวิตรัก ยั่งยืน


เถียงกัน อาทิตย์ละครั้ง…ชีวิตรัก ยั่งยืน

     คู่รัก ต่อให้รักกันมากเพียงใด ก็ย่อมมีเรื่องที่คิดไม่ตรงกัน ทำให้มีการโต้เถียงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แม้จะดูเป็นความขัดแย้ง แต่มีผลการวิจัยสรุปว่า การโต้เถียงกันของคู่รักทำให้ชีวิตรักมั่นคงยั่งยืน
เถียงกัน
     จากผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับชีวิตคู่จากทั่วโลกของเดลิเมลประเทศอังกฤษ พบว่า “การที่คู่รักโต้เถียงกันนั้นเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ชีวิตรักมั่นคง ยืนยาว มีความสุข เนื่องจากทุกครั้งที่เถียงกันจะทำให้คู่รักเกิดความเข้าใจกันมากขึ้นกว่าการเก็บความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้อยู่คนเดียว”
     และจากผลการวิจัยคู่รักในประเทศอินเดียพบว่า ร้อยละ 44 ของคู่รักมีความคิดเห็นว่า “การโต้เถียงกันสัปดาห์ละครั้ง สามารถทำให้เข้าใจกันมากขึ้น และมีชีวิตคู่ยืนยาว”

     ซึ่งเว็ปไซต์ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์อย่าง Shaadi.com ได้กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า “การที่คู่รักโต้เถียงปัญหาต่างๆกันนั้น เป็นการปลดปล่อยความเครียด ความไม่พอใจระหว่างกันออกมา เป็นการแชร์ความรู้สึก ความคิดเห็นของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้ จะได้ไม่ต้องเก็บเอาความรู้สึกไม่ดีเอาไว้ให้อึดอัดในอก โดยไม่พูดจากัน เมื่อความรู้สึกไม่ดีสะสมพอกพูนไว้มากๆ วันหนึ่งชีวิตรักก็จะพังลงได้”
     เกี่ยวกับประเด็นนี้ศาสตราจารย์วิลเลี่ยม โดเฮอร์ตี้ คณะวิทยาศาสตร์สังคมครอบครัว มหาวิทยาลัยมินเนสโซตา กล่าวว่า “แม้ว่าการโต้เถียงกันของคู่รักจะทำให้ชีวิตรักยั่งยืน แต่ก็มีข้อแม้ว่า การโต้เถียงต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล โต้เถียงกันอย่างสร้างสรรค์ จึงจะส่งเสริมพัฒนาให้ความสัมพันธ์มั่นคงได้ แต่ถ้าโต้เถียงเพื่อเอาชนะ นำไปสู่ความรุนแรง ความสัมพันธ์ก็จะอ่อนแอและขาดสะบั้นลงในที่สุด”
     ทางด้านทางด้านนายเบอร์นี่ สลุตสกี้ ผู้ให้คำปรึกษาด้านชีวิตสมรสจากรัฐมินเนสโซตา ก็ได้ให้ความเห็นว่า “การโต้เถียงกันแสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยคู่รักก็พยายามเข้าถึงอีกฝ่าย อธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ บางครั้งอาจเกิดการขึ้นเสียงใส่กันและกัน เช่น “ก็คุณไม่ฟังผมเลยนี่ ผมถึงต้องอธิบายให้คุณฟังด้วยเสียงดังๆ” อย่างไรก็ตามต้องบังคับสถานการณ์ให้เบาลงในที่สุด การโต้เถียงกันลักษณะนี้ แม้จะดูค่อนข้างรุนแรง แต่ก็ยังดีกว่าเอามองกันเงียบๆโดยไม่มีการพูดคุยกันเลย เพราะนั่นจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจและความไม่พอใจสะสมอยู่ภายในใจ และมันจะค่อยๆทำลายความสัมพันธ์ไปทีละน้อย
เถียงกันด้วยเหตุผลและความเข้าใจ ไม่ใช้อารมณ์ ปรุงรสความรักให้เข้มข้น ดีเหมือนกันนะคะ

วิธีจัดการผมฟูไม่ให้ยุ่งเหยิงยามตื่น


ทรงผม


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thebeautydepartment.com

          สำหรับสาว ๆ ที่มีผมยาวหยิกหรือหยักศก คงจะเข้าใจลึกซึ้งดีถึงคำว่า "หัวฟูเป็นสิงโต" เมื่อยามตื่นนอน โดยเฉพาะเมื่อคุณสระผมในตอนเย็นก่อนเข้านอน เพราะตื่นมาแล้วหัวชี้อย่างกับอะไรดี ต้องเสียเวลามานั่งไดร์นั่งจัดการ จนหวิดจะไปเรียนหรือไปทำงานสายอยู่รอมร่อ 

          แต่วันนี้เรามีฮาวทูเจ๋ง ๆ มานำเสนอ หยิบมาฝากจากเว็บไซต์ thebeautydepartment  กันอีกแล้วค่ะ แค่เสียเวลาทำผมก่อนนอนเพิ่มขึ้นอีกนิด แล้วรับรองว่าปัญหาหัวสิงโตหลังตื่นนอนของคุณจะเก็บกระเป๋าโบกมือลาไปเลยล่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 

          อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ ได้แก่ หวีแปรง ไดร์เป่าผม คอนดิชั่นเนอร์ประเภทลีฟออนสูตรเพิ่มความชุ่มชื้น และสูตรปกป้องผมชี้ฟูจากสภาพอากาศ และ ยางรัดผม 

ทรงผม

        1. หลังจากสระผม และเช็ดผมหมาดดีแล้ว ใช้คอนดิชั่นเนอร์ประเภทลีฟออนสูตรเพิ่มความชุ่มชื้นลูบไล้เส้นผม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเพิ่มความเงาเงามหลังเป่าผมแห้ง 

        2. เป่าผมให้แห้งดี โดยใช้หวีช่วยด้วย พยายามไดร์ผมโดยให้ลมเป่าลงมาจากด้านบน วิธีนี้จะทำให้ผมหยักของคุณเรียบได้มากที่สุด

ทรงผม

        3. บีบคอนดิชั่นเนอร์ประเภทลีฟออนสูตรปกป้องผมชี้ฟูจากสภาพอากาศ ปริมาณเล็กน้อยใส่มือ

        4. ถูมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน เป็นการวอร์มเนื้อคอนดิชั่นเนอร์ให้ซึมซาบเข้าสู่เส้นผมได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำมือไปลูบไล้สางเส้นผม โดยเน้นบริเวณที่ชี้ฟูง่าย (บริเวณที่ผมหยิกมากที่สุด) เป็นพิเศษ

ทรงผม

        5. แบ่งผมออกเป็นสองฝั่งซ้าย-ขวา เท่า ๆ กัน แล้วแบ่งแต่ละฝั่งออกเป็นสองช่อ ใช้นิ้วหมุนแต่ละช่อให้เป็นเกลียว จากนั้นนำทั้งสองเกลียวมาพันเข้าด้วยกัน ทำจนสุดปลายแล้วรัดด้วยยางรัดผม

        6. ทำซ้ำขั้นตอนเดิมกับผมอีกข้าง 

ทรงผม

        7. คราวนี้คุณก็จะได้เปียเกลียวแบบนี้สองข้าง ไม่ต้องกังวลถ้ามีผมกระจุกไหนชี้ออกมา หากเล็กน้อยคุณสามารถปล่อยมันเอาไว้เช่นนั้น หรือจะใช้ปลายหวีแหลม ๆ เหน็บมันเข้าไปในกลุ่มผมก็ได้ค่ะ 

        8. เข้านอนได้เลยจ้า ZZzzz...


          พอตื่นนอนขึ้นมา คุณก็แค่แกะยางรัดผม คลายเกลียวออก ใช้มือสางพลางเขย่ามือเล็กน้อยให้ผมกระจายตัว จัดผมให้เป็นทรงตามต้องการ เท่านี้ก็ได้ผมหยักแบบสวย ๆ พร้อมออกไปเรียนหรือไปทำงาน แบบไม่ต้องเปลืองเวลาจัดการกับความยุ่งเหยิงอีกต่อไปแล้วค่า ;)

เลิกหน้าหนา ด้วยการใช้รองพื้นแบบมิเนรัลเมคอัพ





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          สำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย การใช้เครื่องสำอางโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์รองพื้น ซึ่งต้องปาดเกลี่ยมันไปทั่วทั้งใบหน้า อาจก่อให้เกิดปัญหาการอุดตันรูขุมขนตามมาได้ แถมยังทำให้ผิวหน้าดูหนาหนักอีกด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่สาว ๆ กลุ่มนี้หันมาใช้ผลิตภัณฑ์รองพื้นชนิด มิเนรัลเมคอัพ หรือว่าเครื่องสำอางที่มาจากผงแร่ธรรมชาติค่ะ 

          มิเนรัลเมคอัพ ได้มาจากการบดแร่ธาตุต่าง ๆ จนเป็นผงละเอียด โดยที่แร่ธาตุเหล่านั้นก็ให้สีสันต่าง ๆ กันไป ส่วนตัวที่นำมาใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์รองพื้น มักเป็นส่วนผสมของ ไททาเนียม ไดออกไซด์, ไมก้า และ ไอรอน ออกไซด์ ซึ่งไม่ระคายเคืองผิว และไม่อุดตันรูขุมขน จึงไม่ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์รองพื้นประเภทมิเนรัลเมคอัพบางสูตร ยังมีส่วนผสมของ แคลเซียม ซิลิเกต หรือแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ผิวเปล่งประกายสุขภาพดีด้วย 
      เคล็ดลับในการลงรองพื้นด้วยมิเนรัลเมคอัพ

       1. แทนที่จะใช้พัฟกดซับมันกับผิวหน้าเหมือนกับแป้งฝุ่นทั่ว ๆ ไป ให้เปลี่ยนมาใช้แปรงในการทาแทน โดยทาในลักษณะเป็นวนแปรงให้เป็นวง

       2. เริ่มจากบริเวณหน้าผากลงมายังโหนกคิ้ว แล้วจึงไล่มาหาดวงตา ช่วงทีโซน ก่อนจะไปที่แก้ม ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนครั้งในการวนแปรงตามระดับความปกปิดที่คุณต้องการ

       3. ใช้บริเวณด้านของขนแปรงในการลงรองพื้นแบบมิเนรัลเมคอัพในบริเวณจุดอ่อนของใบหน้าอย่างข้างจมูก และไรผม ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เนื้อรองพื้นเนียนกลมกลืนไปกับผิว


          สาว ๆ สามารถใช้รองพื้นชนิดนี้ได้โดยที่หน้าไม่หนาเตอะ ไม่หนักใบหน้า ปกปิดได้ในระดับหนึ่ง และที่สำคัญไม่ทำให้ผิวแพ้ หรือว่าเกิดสิวด้วยค่ะ 

วิธีทำโคลนมาส์กหน้าสูตรส้ม สู้สิวเพื่อหน้าใส


ผิวสวย



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
           วันนี้หยิบเอาวิธีการดูแลผิวสำหรับสาวมีสิว ด้วยการทำ "โคลนมาส์กหน้าสูตรส้ม" มากฝากกันค่ะ  

           ผลไม้กลม ๆ รสเปรี้ยวอมหวานอย่าง "ส้ม" นั้น อุดมไปด้วยวิตามินซี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ และซิงค์ ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ในการต่อสู้กับสิวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แถมผลไม้ในตระกูลซิตรัสเช่นนี้ ยังมีสารที่เรียกว่า อัลฟา-ไฮดรอกซี่ ที่ช่วยผลัดผิวอย่างเป็นธรรมชาติ จึงลดการอุดตันของรูขุมขนได้ด้วย 

           ส่วนโคลนสำหรับมาส์กหน้านั้น ในสูตรนี้เราจะใช้ กรีน เคลย์ หรือโคลนสีเขียวแบบผงกันค่ะ เมื่อผสมน้ำแล้วก็จะมีลักษณะหนืดเป็นเนื้อครีม เอามาพอกหน้าได้ โดยโคลนตัวนี้จะช่วยดูดซับความมันส่วนเกินรวมทั้งสิ่งสกปรกบนผิวหน้าออกไป แถมยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ที่มีประโยชน์อีกต่างหาก อาจจะหาซื้อยากเสียหน่อย แต่ลองมองหาดูตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางหรือร้านขายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกันดูนะคะ
       ส่วนผสมโคลนมาส์กสูตรส้ม 
               ส้ม 1 ลูก หรือ น้ำส้มคั้น 1/5 แก้ว 

               โคลนสีเขียวแบบผง  2 ช้อนโต๊ะ

               นม 1 ช้อนชา

        วิธีทำ

               1. คั้น / เทน้ำส้ม ลงในชาม 

               2. ค่อย ๆ เติมผงโคลนมาส์กหน้าลงไป ผสมให้เข้ากัน 

               3. เติมนมลงไป คนให้เข้ากัน 

               4. แวร็ปฝาภาชนะด้วยพลาสติกใส แล้วทิ้งเอาไว้ 30 นาที จากนั้นกลับมาคนให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วใช้ส่วนผสมทาทั่วหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 25 นาที 

               5. ล้างออกด้วยน้ำอุ่น


       หมายเหตุ ขอแอบเตือนสาว ๆ ไว้สักนิดว่า มาส์กส้มตัวนี้มีคุณสมบัติผลัดผิวอ่อน ๆ เพราะฉะนั้น หลังการมาส์กหากต้องออกไปปะทะแสงแดด อย่าลืมทาครีมกันแดดกันด้วยนะจ๊ะ

5 ความลับของสุขภาพใต้สะดือที่สาว ๆ ต้องรู้


สุขภาพผู้หญิง


5 ความลับของสุขภาพใต้สะดือที่คุณต้องรู้ (Lisa)

          สุขภาพทางเพศและการดูพื้นที่หว่างขา เรื่องที่สาว ๆ อายที่จะถามใคร ๆ แม้แต่หมอ เราไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้คุณได้รู้ความลับที่ควรต้องรู้ เพื่อจะได้ดูแลตัวเองอย่างถูกต้องซะที!

 ความลับ 1 ยาเม็ดคุมกำเนิดอาจทำให้ความต้องการทางเพศลดลง

          ถ้าความปรารถนาที่จะคลอเคลียกันดูจะไม่เหมือนเดิมนับตั้งแต่คุณเริ่มต้นกิน "ยาคุมกำเนิด" ไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดไปเอง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันเป็นเรื่องจริง 100% ที่ว่ายาเม็ดคุมกำเนิดสามารถลดความต้องการทางเพศในผู้หญิงจำนวนมากทั้งผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์และผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนที่อาจใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด เพื่อช่วยควบคุมอาการต่าง ๆ เช่น อาการร้อนวูบวาบ หรืออารมณ์แปรปรวน 

          แล้วคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ความต้องการทางเพศกลับคืนมา? แพทย์แนะนำให้ลองเปลี่ยนยี่ห้อ หรือสูตรของยา แต่ถ้าไม่ได้ผลก็ลองเปลี่ยนรูปแบบการคุมกำเนิดไปเป็นแบบอื่น เช่น ใส่ห่วงคุมกำเนิด หรือใช้ถุงยางอนามัย ถ้าคุณใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด เพื่อรักษาอาการอื่น เช่น ร้อนวูบวาบ ให้ปรึกษาหมอเพื่อลดปริมาณยาลง

 ความลับ 2 การหลีกเลี่ยงเซ็กส์จะทำให้เซ็กส์ที่เจ็บปวด...ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น

          ผู้หญิงจำนวนมากเชื่อว่า การงดร่วมเพศและให้ช่องคลอดได้ "พัก" เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับเซ็กส์ที่เจ็บปวด แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันตรงกันข้ามกันเลย เพราะการหยุดมีเซ็กส์จะทำให้การกลับมาเริ่มอีกครั้งยากยิ่งกว่า ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ความเจ็บปวดของการร่วมเพศไม่ใช่เรื่องปกติ บ่อยครั้ง มันเกิดขึ้นเพียงเพราะคู่ของคุณไม่ได้ทำให้คุณตื่นตัวเพียงพอ แต่ในบางกรณีอาจเป็นเรื่องของฮอร์โมนที่ทำให้ช่องคลอดแห้ง ทำให้เซ็กส์รู้สึกไม่สบาย การใช้สารหล่อลื่นเล็กน้อย หรือใช้เอสโตรเจนครีมทาที่ช่องคลอดสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ง่าย ๆ แต่ถ้าการเล้าโลมคือปัญหา ลองพูดคุยกับคู่ของคุณ เพื่อเพิ่มการเล้าโลมที่จะสร้างความตื่นตัวให้ร่างกายพร้อมที่จะร่วมเพศ

เซ็กซ์

 ความลับ 3 มันง่ายกว่าที่จะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้ามีเซ็กส์ในระหว่างมีประจำเดือน

          การมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างมีประจำเดือนเป็นช่วงที่มีโอกาสน้อยมากที่คุณจะท้อง แต่มันเป็นโอกาสที่ร่างกายคุณจะติดเชื้อได้มากที่สุด เหตุผลก็คือ การเปลี่ยนแปลงของความสมดุลของกรดด่างในช่องคลอดระหว่างการมีรอบเดือน ทำให้แบคทีเรียแพร่จำนวนได้ง่าย เพราะปกติแล้วช่องคลอดจะเป็นกรดเล็กน้อย ซึ่งเป็นสภาวะที่แบคทีเรียไม่ชอบ แต่เลือดทำให้มีความเป็นด่างมากขึ้น ซึ่งเป็นสภาวะที่ทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ดี ถ้าคุณไม่แน่ใจในสุขภาพทางเพศของคู่รัก ควรใช้ถุงยางอนามัยเสมอ

 ความลับ 4 การร่วมเพศไม่เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อราในช่องคลอด แต่ออรัลเซ็กส์อาจเป็นได้

          การศึกษาโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนแสดงให้เห็นว่า โดยทั่วไปแล้วผู้ชายไม่ได้ส่งต่อเชื้อราให้ผู้หญิงผ่านทางการร่วมเพศ แต่ความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำ ๆ อาจจะเกี่ยวกับอย่างอื่น บางทีอาจเป็นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของผู้หญิงต่อเชื้อรา อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาผู้หญิงและผู้ชายถึง 200 คน ได้ข้อสรุปที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจว่า ผู้หญิงที่ได้รับการทำออรัลเซ็กส์จากผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีอาการติดเชื้อราในช่องคลอดบ่อย ๆ ไม่ว่าคู่ของเธอจะมีอาการติดเชื้อราในช่องปากหรือไม่ก็ตาม

          ไม่ใช่ว่าออรัลเซ็กส์เป็นปัญหาของทุกคน แต่ถ้าผู้หญิงเกิดอาการติดเชื้อราในช่องคลอดบ่อย ๆ กิจกรรมนี้อาจทำให้เธอมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นก็ได้ รายงานชี้ว่า ผู้หญิง 80% จะมีอาการติดเชื้อราในช่องคลอดอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ความไม่สมดุลของฮอร์โมนระดับน้ำตาลในเลือดที่สูง ยาปฏิชีวนะบางอย่าง ยาคุมกำเนิด และความเครียดสามารถทำให้เกิดอาการติดเชื้อราในช่องคลอดได้ทั้งสิ้น

ผู้หญิง

 ความลับที่ 5 กลิ่นเหมือนปัสสาวะที่รอบ ๆ อวัยวะเพศ อาจไม่ใช่ปัสสาวะ แต่เป็นเหงื่อ และคุณจัดการมันได้

          เพราะการหลั่งของของเหลวจากต่อมเหงื่อ มีสารประกอบบางอย่างที่คล้ายกับสารประกอบในปัสสาวะ มันจึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงบางคนที่เหงื่อออกเยอะจะรู้สึกเหมือนมีกลิ่นปัสสาวะบริเวณอวัยวะเพศ หรือแม้แต่ที่กางเกงใน แต่ก่อนที่จะสรุปว่า คุณมีปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ลองทำความสะอาดพื้นที่ส่วนตัวของคุณด้วยน้ำและสบู่อ่อน ๆ ให้บ่อยขึ้น โรยแป้งเพื่อช่วยดูดซับความชื้น หลีกเลี่ยงกางเกงใน หรือถุงน่องไนลอนที่จะกักความร้อน และทำให้เหงื่อออกมากขึ้น ถ้ากลิ่นหายไปมันก็คงเป็นกลิ่นเหงื่อไม่ใช่กลิ่นปัสสาวะ แต่ถ้ายังไม่หายก็ลองปรึกษาแพทย์ดู